วันพุธที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2558

น้ำนมข้าวโพด

เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพน้ำนมข้าวโพด 
Picture
ประโยชน์ของน้ำนมข้าวโพด
ข้าวโพดอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการมากมายไม่ว่าจะเป็น วิตามินซี วิตามินบี3 เหล็ก โปรตีน คาร์โบโฮเดรตเป็นต้น การต้มทำให้ข้าวโพดปล่อยสารต้านอนุมูลอิสระออกมาที่สำคัญตัวหนึ่งคือ กรดเฟรูอิก เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงซึ่งสามารถต้านความแก่ ป้องกันมะเร็ง โรคหัวใจ และไข้หวัดได้

สรรพคุณทางยา
 เนื่องจากข้าวโพดมีเส้นใยอาหารสูง จะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานปกติ บรรเทาอาการหงุดหงิดฟุ้งซ่าน ลำต้น รากและใบ นำมาตากแห้งแล้วต้มดื่มรักษาโรคนิ่วได้ เมล็ดใช้ต้มกินจะช่วยไปบำรุงกระเพาะอาหาร บำรุงหัวใจ ปอดและทำให้เจริญอาหาร ซังข้าวโพด นำมาต้นดื่มแก้บิด ท้องร่วงและตานขโมยในเด็ก ไหมข้าวโพด นำมาทำน้ำมันหอมระเหยเพราะมีสารอัลคาลอยด์ แก้อาการบวมน้าเนื่องจากไตอักเสบ เหน็บชา เบาหวาน เลือดกำเดาไหล เป็นต้น
Picture
ประโยชน์น้ำข้าวโพด นั้นมีมากมายขนาดนี้ สามารถดื่มได้ทุกวัน ทุกเวลาและทุกที่  หากเราอยากจะลองทำรับประทานเองก็สามารถทำได้มาดูวิธีทำกันเลยค่ะ ว่าต้องเตรียมอะไบ้าง

ส่วนผสมสำหรับทำน้ำข้าวโพด
1.ข้าวโพดหวาน 5 ฝัก
2.น้ำต้มใบเตย 7 ถ้วยตวง (ใบเตยล้างหั่นประมาณ 5 ใบ) ถ้าม่มีใบเตย ใช้น้ำเปล่าเเทน
3.เกลือป่น 1 ช้อนชา

วิธีทำน้ำข้าวโพด
1. ลอกเปลือกข้าวโพดออกล้างให้สะอาด ฝานเมล็ดข้าวโพดบาง ๆ
2. ใส่ข้าวโพดลงในโถปั่น เติมน้ำต้มใบเตยพอควร เปิดสวิชท์ปั่นจนละเอียดดีแล้วกรองผ่านกระชอน
3. นำน้ำข้าวโพดทั้งหมด ใส่หม้อสเตนเลสตั้งไฟ เติมเกลือ ควรคนด้วยพายไม้เพื่อไม่ให้ไหม้ ต้มพอสุกข้น ยกลงพักไว้ (ระวังอย่าให้ร้อนถึงจุดเดือด เพราะจะสุกเกินไปเกิดการแยกตัว)
4. เสิร์ฟร้อนหรือเย็นตามชอบ

เทคนิคการทำ
1. ควรใช้ข้าวโพดใหม่ สด จะได้นมข้าวโพดที่หอมอร่อย
2. ควรปั่นข้าวโพด 2 ครั้ง เพื่อให้ได้น้ำเข้มข้น
3. ควรต้มนมข้าวโพดให้สุกข้นจึงหอมอร่อย
4. ควรระวังอย่าให้นมข้าวโพดเดือดนานเกินไปจะแยกตัว

เที่ยวหน้าฝน ชม”กุ้งเดินขบวน”


เที่ยวหน้าฝน ชม”กุ้งเดินขบวน”

กุ้ง

ช่วงหน้าฝน ซึ่งปกติจะเป็นช่วงที่ถือว่าเป็น Low Seasons ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว แต่เนื่องด้วยลักษณะเฉพาะของพื้นที่ภาคอีสาน โดยเฉพาะจังหวัดอุบลราชธานี แหล่งท่องเที่ยวหน้าฝนในฤดูฝน ช่วงเดือนกันยายน เรื่อยไป จนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน กลับมีแหล่งท่องเที่ยว และปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ รวมทั้งกิจกรรมงานประเพณี ที่น่าสนใจเดินทางไปท่องเที่ยวมากมาย

น้ำตก

การเดินทาง เริ่มต้นจากตัวจังหวัดอุบลราชธานี ไปตามถนนหมายเลข 24 (อุบลฯ-เดชอุดม) ด้วยระยะทางประมาณ 45 กม. เมื่อถึงตัว อ.เดชอุดม แวะชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เทียนหอมคุณภาพส่งออก ที่กลุ่มผลิตภัณฑ์เทียนหอมเดชอุดม แล้วใช้เส้นทางเดชอุดม-นาจะหลวยด้วยระทางประมาณ 40 กม.และเดินทางต่ออีกประมาณ 20 กม. ตามเส้นทางนาจะหลวย-น้ำยืน ก็จะถึงอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ซึ่งเป็นเขตป่าอุดมสมบูรณ์อีกแห่งหนึ่งของภาคอีสานมีพื้นที่ติดกับประเทศ สปป.ลาว และกัมพูชา เยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวในอุทยาน เช่นน้ำตกห้วยหลวง , เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ และเดินทางไปชมปรากฏการณ์กุ้งเดินขบวนที่แก่งลำดวนซึ่งห่างจากที่ทำการอุทยานไปทาง อ.ย้ำยืนอีกประมาณ 20 กม.

ตกสวย

วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2558

ยำคะน้ากุ้งสด

Picture
ยำคะน้ากุ้งสด

ส่วนผสมสำหรับทำยำคะน้ากุ้งสด

 กุ้งขนาดกลาง 5 - 8 ตัว (ล้างทำความสะอาดและปอกเปลือก)
หมูสับ 200 กรัม (หรือเนื้อไก่ก็ได้)
ก้านคะน้า (ปอกเปลือกหั่น.) 5 ท่อน
มะเขือเทศหั่น 2 ลูก
หอมแดงซอย 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาล 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
 น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนูทุบและหั่นหยาบ ตามชอบ
 ใบสาระแหน่ (สำหรับโรยหน้า)


วิธีทำยำคะน้ากุ้งสด

1. ต้มน้ำในหม้อจนเดือด จากนั้นนำก้านคะน้าที่ปอกเปลือกและหั่นเตรียมไว้ไปลวกพอสุก นำขึ้นมาสะเด็ดน้ำ เสร็จแล้วนำกุ้งไปลวกต่อจนสุก จึงนำขึ้นสะเด็ดน้ำพักไว้
2. นำหมูสับไปต้มต่อในหม้อใบเดียวกันจนสุก ถ้าใช้เนื้อไก่ก็นำไปต้มจนสุก แล้วจึงนำออกมาสะเด็ดน้ำและฉีกเป็นชิ้นๆ เตรียมไว้
3. เตรียมทำน้ำยำ โดยผสมน้ำปลา,น้ำตาล, น้ำมะนาว, พริกขี้หนูและหอมแดงซอยเข้าด้วยกัน ปรับรสตามความชอบ
4. ในชามขนาดใหญ่ ผสมกุ้ง, หมูสับ (หรือไก่), คะน้า, มะเขือเทศ และน้ำยำเข้าด้วยกัน คลุกเคล้าจนเข้ากันทั่ว จึงจัดใส่จาน โรยหน้าด้วยใบสาระแหน่ เสริฟทันทีพร้อมข้าวสวยร้อนๆ หรือเป็นกับแกล้มทานเล่นก็ดี

สูตรหมูปิ้ง

Picture
สูตรหมูปิ้ง
หมูปิ้ง อาหารเช้าสุดฮิตหรือจนถึงตอนเย็น ทั้งหนุ่มสาวออฟฟิตนักเรียนนักศึกษา หรืออาชีพต่างๆ ไม่ปฏิเสธแน่นอน ยิ่งกินกับข้าวเหนียวร้อนๆ  อื่มไปหลายชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นหมูปิ้งร้านไหนๆ ก็ขายหมดเกลี้ยงทุกร้าน และสำหรับใครที่สนใจอยากขายข้าวเหนียวหมูปิ้ง เรามาแจกสูตรหมูปิ้งรสเด็ด


ส่วนผสมสำหรับทำหมูปิ้ง
เนื้อหมูสันนอก 1 กิโลกรัม
รากผักชี 2 กรัม
กระเทียมไทย 2 หัว
พริกไทยเม็ด 1 1/2 ช้อนชา
ไข่แดงไข่ 1 ฟอง
แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
หัวกะทิ 1 1/2 ถ้วยตวง
ซีอิ้วขาว 8 ช้อนโต๊ะ
ซอสปรุงรส 6 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลมะพร้าว 180 กรัม
ซีอิ้วดำ 3 ช้อนชา
น้ำมันพืช 5 ช้อนโต๊ะ


วิธีทำ

หั่นเนื้อหมูให้พอดีกับไม้เสียบหมู 
โขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทย ให้ละเอียด ใส่น่ำตาลมะพร้าว และกะทิ 1 ถ้วยตวง ( ส่วนที่เหลือนำไปทาตอนย่าง ) ซีอิ้วดำและซีอิ้วขาว ซอสปรุงรส แป้งข้าวโพด ไข่แดง คนให้ส่วนผสมจนน้ำตาลละลายเข้ากันดี
นำเนื้อหมูลงไปคลุกเคล้าให้เข้าเนื้อ แล้วใส่น้ำมันพืชลงไป หมักทิ้ง 3 ชั่วโมงขึ้นไป
หลักจากหมักเรียบร้อยแล้วนำมาเสียบไม้ย่างไฟ

ต้มขาหมูยังไงให้อร่อย?

Picture
ต้มขาหมูยังไงให้อร่อย?
วิธีทำข้าวขาหมู
 หลายๆคนคงชอบกินข้าวขาหมูเนื้อนุ่ม ๆ หอมกลิ่นพะโล้ แต่ถ้าอยากจะลองทำเองหรืออาจเคยทำแล้วหมูไม่นุ่ม หรือมีกลิ่นทำให้รสชาติไม่อร่อย วันนี้เราเลยนำสูตรและวิธีทำข้าวขาหมูที่พิเศษมาให้ลองทำกินที่บ้านเลยดีกว่า มาลองทำกันดูนะคะว่าจะออกมาเป็นอย่างไรบ้าง

สูตรข้าวขาหมู

ส่วนผสม
          ขาหมู 1 ขา
           รากผักชี 5 ชิ้น
           กระเทียมทุบพอแตก 5 กลีบ
           พริกไทยเม็ด 1 ช้อนชา
           เกลือเม็ด 1 ช้อนชา
           ผงพะโล้ 2 ช้อนโต๊ะ
           น้ำอัดลมกลิ่นโคล่า 1 กระป๋อง
           ซีอิ๊วขาว 4 ช้อนโต๊ะ
           ซีอิ๊วดำ 2 ช้อนโต๊ะ
           ไข่เป็ดต้ม 5 ฟอง
           ผักกาดดอง
           ผักคะน้า
           พริกชี้ฟ้าเหลือง หรือแดงโขลกละเอียด ผสมน้ำส้มสายชู และน้ำตาลทรายสำหรับน้ำจิ้ม
วิธีทำ
          1. ล้างขาหมูให้สะอาด ขูดเอาขนออกให้หมด
          2. ใส่ขาหมูลงในหม้อ ให้น้ำท่วมขาหมู นำขึ้นตั้งไฟปานกลาง ใส่รากผักชี กระเทียม พริกไทย ผงพะโล้ และน้ำอัดลมกลิ่นโคล่า ต้มจนเดือด ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว และซีอิ๊วดำ ปิดฝาเคี่ยวจนขาหมูเปื่อย และน้ำเริ่มงวด ชิมรสตามชอบ จากนั้นใส่ไข่เป็ด ผักกาดดอง และผักคะน้าลงต้มจนสุก ปิดไฟ 
          3. หั่นขาหมูเป็นชิ้น ๆ จัดใส่จาน พร้อมไข่เป็ดยางมะตูม ผักกาดดอง และผักคะน้า พร้อมรับประทานคู่กับข้าวสวย และน้ำจิ้ม แค่นี้ก็อร่อยฟินสุดๆแล้ว
Picture

วิตามิน อาหารเสริม

วิตามิน อาหารเสริมจำเป็นหรือไม่ ?

อาหารเสริม
ปัจจุบันสังคมไทยทุกวันนี้นิยมรับประทานวิตามินแคปชูลเป็นอย่างมากแต่ถ้าหากเรารับประทานอาหารครบ 5 หมู่ รับประทานวิตามินแร่ธาตุจากผักผลไม้เพียงพอก็ไม่จำเป็นต้องรับประทานก็ได้ แต่ปัจจุบันคนส่วนใหญ่หันไปรับประทานเป็นอาหารฟาสฟูดส์ หรือว่าอาหารแช่แข็ง ซึ่งจะมีคุณค่าทางอาหารลดลง ทำให้บางทีเราได้รับสารอาหารหรือแร่ธาตุไม่เพียงพอ
ปัจจัยสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ การดำรงชีวิตของคนยุคนี้เปลี่ยนไปมาก ปัจจุบันคนทำงานออฟฟิศนังกับโต๊ะ การที่เราจะได้ออกแรงในแต่ละวันก็น้อย การที่เราจะไปใหนมาใหนแทนที่เราจะเดินเราก็ขับรถ เราไม่ขึ้นบันไดเพราะเราก็ใช้ลิฟท์ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นในแต่ละวันเราก็ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย และยังมีความเครียดที่สูง เช่นในตอนเช้าเจอรถติดก็เครียดแล้ว จึงเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคต่างๆเกิดขึ้นตามมามากมาย จะมีอยู่โรคหนึ่งที่เกี่ยวกับไลฟ์ไตล์โดยเฉพาะ คือโรคที่เรียกว่า โรคอ้วนลงพุง โรคนี้ก็จะประกอบไปด้วย
อ้วนลงพุง
ความดันโลหิตสูง
คอเรทตรอรอนสูง
เบาหวาน
ซึ่งหลายคนเป็นเป็นโรคนี้ ซึ่งจริงๆแล้วแค่ปรับการรับประทานอาหารให้ถูกวิธี ออกกำลังกาย ลดน้ำหนัก ก็หายได้
ผลไม้
วิตามิน อาหารเสริม สามารถทดแทนอาหารหลักได้หรือไม่?
วิตามินรวมสามารถทานได้ใหม? ทานได้ แต่ควรจะทานให้ถูกวิธี อย่าทานมากเกินไป อย่างวิตามินบางตัวที่เป็นวิตามินที่ละลายในใขมัน เช่น วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี วิตามินเค พวกนี้สะสมได้ แต่อย่างวิตามินบางตัวเช่น วิตามินซี รับประทานมากเกินไปมันก็ละลายออกมาในน้ำ ก็คือถูกขับออกมากับปัสสาวะ เพราะฉะนั้นก็จะไม่เกิดการสะสม รับประทานมากก็ไม่ได้เป็นอันตรายเพียงแต่ว่าก็ออกมาหมดแค่นั้นเอง
จะรู้ได้อย่างไรว่าเราขาดวิตามินอะไร?
กว่าจะมีอาการแสดงออกมาให้เราเห็น มันก็ต้องมีระดับขาดวิตามินค้อนข้างมาก ในปัจจุบันเราไม่ต้องรอจนเกิดอาการออกมา สามารถตรวจได้ด้วยการตรวจเลือดวัดระดับวิตามินในร่างกายว่าเราขาดวิตามินอะไร จะได้เลือกทานถูก เพราะสูตรวิตามิน บางคนทานมากทานน้อยไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละคน
โรคโลหิตจางทานวิตามินตัวใหนได้บ้าง?
ต้องดูว่าคุณเป็นโลหิตจางจากอะไร และควรปรึกษาแพทย์ก่อนก็จะบอกแยกประเภทได้ ถ้าเป็นโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กก็รับประทานธาตุเหล็กเสริม เพราะโลหิตจางมีหลายประเภท อย่างถ้าเป็นโลหิตจางจากกรรมพันธุ์ (ธาลัสซีเมีย Thalassemia) อาจจะไม่จำเป็นต้องรับประทานเสริม
ถ้าไม่ทานผักจะรับประทานวิตามินอะไรเสริมได้?
จริงๆแล้วไม่มีอะไรที่จะมาทดแทนได้ วิตามินอัดเม็ดที่สกัดออกมาจากผัก มันไม่ได้สามารถสกัดได้ทุกตัว เพราะในผักนั้น นอกจากวิตามินแล้วยังมีพวกสารที่เรียกว่า ไฟโตเคมิคอล ต่างๆเป็นแสนเป็นล้านชนิด ซึ่งนักวิทยาศาสตร์นั้นไม่มีทางสกัดออกมาได้หมด เพราะฉะนั้นทดแทนไม่ได้ อย่างไรก็แนะนำว่าหัดทานผักง่ายกว่า
การทานวิตามินแต่ละประเภทต้องแบ่งตามช่วงเวลา ใช่ใหมหรือไม่?
จริงๆแล้วมีวิตามินบางประเภทที่จะเหมาะกับการรับประทานตอนเช้า อย่างเช่น โคเอ็น ไซม์ คิวเทน (Coenzyme Q10) เป็น โคแฟกเตอร์ (Co-factor) ที่สำคัญสำหรับการผลิตพลังงานต่างๆในร่างกาย ซึ่งเราใช้พลังงานมากในตอนกลางวัน เพราะฉะนั้นเหมาะกับการรับประทานในตอนเช้า นอกจากนี้โคเอ็น ไซม์ คิวเทน ยังเป็นตัวต้านอนุมูลอิสระที่ป้องกันการถูกทำลายจากแสงแดดเพราะฉะนั้นก็เหมาะกับการทานตอนเช้าอีกเหมือนกัน แต่อย่างแร่ธาตุ เช่น แมคนีเซียม ทานแล้วจะรู้สึกผ่อนคลายเพราะฉะนั้นอาจจะเหมาะกับการทานตอนเย็นจะได้เกิดความผ่อนคลายและนอนหลับสบายขึ้น
จำเป็นต้องรับประทานก่อนหรือหลังอาหารใหม?
วิตามินทุกตัวส่วนใหญ่แล้วหลังอาหาร จริงๆแล้วคือพร้อมอาหาร โดยทานอาหารแล้วก็ทานวิตามินก็ดูดซึมเข้าไป อย่างเช่นวิตามินซี ตัวนี้ระคายท้องง่ายถ้าเราทานตอนที่เราท้องว่างก็จะเกิดการเสียดท้องได้
การทานวิตามิน
ทานอาหารให้เพียงพอก่อนแล้วถือว่าวิตามินเป็นแค่ตัวเสริม อย่าทานวิตามินแทนอาหาร
ถ้าคิดจะทานจริงจัง ปรึกษาเภสัชกรหรือว่าแพทย์แล้วก็หาความรู้เองด้วยจากหนังสือจะได้ปลอดภัย

อิ่มอร่อยกับมื้อเช้า

อิ่มอร่อยกับมื้อเช้า
อาหารเช้าเป็นมื้อที่สำคัญมากเพราะร่างกายของเราตื่นมาต้องการใช้พลังงาน หรือใช้ความคิด ใช้สมองในการทำงานจะทำให้ความจำของเราดีขึ้นอีกด้วย เราจึงไม่ควรงดรับประทานอาหารเช้า เพราะต้องเติมพลังให้ร่างกาย และยังช่วยให้เราไม่หิวหนักในมื้อเที่ยงและมื้อเย็นอีกด้วย ใครที่ไม่ค่อยรับประทานอาหารเช้าควรหันมารับรับประทานกันนะคะ วันนี้เรามีสูตรอาหารเช้าอร่อยๆทำเองง่ายๆไม่ยุ่งยากมาฝากกัน มาติดตามกันเลยว่าส่วนผสมและวิธีทำมีอะไรบ้าง

สูตรอาหารเช้า

ข้าวต้มกุ้ง
Picture
ส่วนผสมสำหรับทำข้าวต้มกุ้ง

กุ้ง 5-7(ล้างและ แกะเปลือก)
 น้ำ 2 ถ้วยตวง
 ข้าวสุก 1 ถ้วยตวง
 น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
 ซิอิ๊ว 1 ช้อนโต๊ะ
 กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
 เห็ดหอมหั่นเป็นชิ้น
คึ้นฉ่าย 1 ถ้วยตวง (หั่นเป็นชิ้นเล็ก ทั้งลำต้นและใบ)
พริกไทย 0.5 ช้อนชา
 กระเทียมเจียว (จะมีหรือไม่มีก็ได้)

วิธีทำข้าวต้มกุ้ง

1.ใส่น้ำมันลงในหม้อ นำไปตั้งไฟ ใส่กระเทียมลงไปเจียวพอให้เหลือง
2. เติมน้ำลงไปในหม้อ และรอจนน้ำเดือด จากนั้นเติมคึ้นฉ่าย, ซิอิ๊ว, น้ำปลา และพริกไทย คนให้เข้ากัน รอจนน้ำเดือดอีกครั้ง
3. เมื่อน้ำเดือดแล้ว ให้ใส่ข้าวสุก, หัวไชโป๊วและ เห็ดหอม คนให้เข้ากัน รอจนน้ำเริ่มเดือดจึงใส่กุ้งลงไปในหม้อ ต้มจนกุ้งสุกจึงปิดไฟ
4.ตักใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว, พริกไทย และแต่งหน้าด้วยผักชี เสริฟทันทีขณะยังร้อน
Picture
ปลาดอร์รี่ย่างเกลือ

ส่วนผสมสำหรับทำปลาดอร์รี่ย่างเกลือ

เนื้อปลา ดอร์รี่ (350g)
น้ำมันมะกอก1 ช้อนโต๊ะ
เกลือ0.5 ช้อนชา
เนยสดชนิดเค็ม2 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยดําบดละเอียด0.5 ช้อนชา
มะเขือเทศราชินี8 ลูก
โรสแมรี่สด1 ช่อ
นํ้ามะนาว1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำปลาดอร์รี่ย่างเกลือ

นำปลาดอร์รี่ใส่จาน ใช้กระดาษทิชชูอเนกประสงค์ซับน้ำให้แห้ง พักไว้
ผสมน้ำมะนาว เกลือ พริกไทยดำ และน้ำมันมะกอกให้ละลายเข้ากันแล้วราดลงบนปลาให้ทั่วทั้งสองด้าน หมักไว้ 10นาที
ละลายเนยในกระทะด้วยไฟอ่อน นําปลาไปย่างจนสุกทั่ว เป็นสีน้ำตาลอ่อนๆทั้งสองด้าน
ใส่มะเขือเทศราชินีและโรสแมรี่ลงย่างในกระทะไปพร้อมกับปลาจนมะเขือเทศสุก
จัดปลาใส่จานวางผักข้างๆ รับประทานขณะร้อน ๆ หรือจะทานกับมายองเนส
Picture
ไข่ตุ๋นทรงเครื่อง

ส่วนผสมสำหรับทำไข่ตุ๋นทรงเครื่อง

ไข่ไก่ 1 ฟอง
น้ำซุป 1 ถ้วยตวง (หรือ 3เท่าของไข่)
ซีอิ้วขาว 2 ช้อนชา
ซุปก้อนสำเร็จรูป ครึ่งก้อน
เห็ดหอม กุ้งสด ปูอัด หรือเครื่องเคียงต่างๆ ตามความชอบ


วิธีทำไข่ตุ๋นทรงเครื่อง

เตรียมน้ำซุป ใช้ซุปก้อนผสมกันน้ำร้อน แล้วพักไว้ให้เย็น
ตอกไข่ใส่ชาม ใช้วิธีคนให้เข้ากันเบาๆ ด้วยตะเกียบ ไม่ต้องตีแรง เดียวจะทำให้ไข่ตุ๋นไม่เนียน
เติมน้ำซุปลงไปพร้อมกับปรุงรสด้วยซีอิ้วขาว คนให้เข้ากันอีกครั้ง
วิธีการที่ทำให้ไข่เนียน โดยใช้กระชอนตาถี่ กรองใส่ถ้วยที่จะนำไปนึ่ง
ต้มน้ำให้เดือด นำไข่วางบนตะแกรงนึ่ง เมื่อไข่เริ่มจะสุกก็ใส่เครื่องเคียงวางไว้ด้านบน
รอเวลาไข่สุก 10 – 15 นาที วิธีเช็คให้เอาไม้จิ้มฟันจิ้มดูว่าสุกหรือไม่
เมื่อสุกดีแล้วให้นำขึ้นจากเตาและโรยด้วยต้นหอม